เป็นยังไงมายังไงในรอบสิบปี
กลับไปดูเรื่องราวที่เขียนไว้ในบล๊อกต่างๆ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วก็ต้องมานั่งนึกทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เนื่องจากมันทำให้เราตระหนักว่าเราได้เดินทางมาไกลขนาดไหน และกลับกลายเป็นคนที่พอเพียงได้ขนาดไหน ตอนนี้สิ่งที่เหลืออยู่คือตัวเองกับสนู๊ปปี้ ก็จะบอกว่าอยู่เป็นโสดในประเทศอังกฤษมาได้เกือบจะสิบปี เท่าๆ กับเวลาที่ห่างหายจากด้านสว่างของดวงจันทร์นั่นแหละคะ แล้วจริงๆ ก็ไม่ได้ไปไหนไกลเลย ก็มีชีวิตอยู่แถวๆ นี้แหละ เพียงแต่ว่าได้ใช้เวลากับตัวเอง รู้จักตัวเอง และค้นพบตัวเองได้มากขึ้น เป็นการเดินทางที่ยาวนานแต่มีความสำคัญและคุ้มค่ากับหยาดเหงื่อแรงงานและคราบน้ำตา (ก็มีด้วยนะ) จริงๆ เพราะเหมือนเดินขี้นบันได แต่ละก้าวมันไม่ง่าย แต่เมื่อเราก้าวขึ้นแต่ละขั้น เราก็ได้เห็นอะไรสูงขึ้นไปเรื่อยๆ และเราก็ยังคงไปให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ค้นพบตัวเราเอง ให้ความเคารพและเห็นในศักยภาพของเรามากขึ้นๆ จนถึงตอนนี้บอกได้เลยว่า พึงพอใจกับการพัฒนาของตัวเองมาก รักตัวเองได้อย่างไม่มีเงื่อนไข และมันก็ทำให้รักคนอื่นๆ ได้อย่างไม่มีเงื่อนไขได้เช่นเดียวกัน
ตอนนี้ก็ดึกแล้วค่ะ เวลา 23:23 ดูสดๆ ร้อนๆ จากแลปท๊อป ก็ดึกแล้วเนอะ แล้วไฟในเตาผิงก็เริ่มจะอ่อนระโหยโรยแรง ตอนนี้อากาศที่นี่หนาวค่ะ เป็นธรรมดาฤดูกาล เพราะนี่มันก็เข้าธันวาคมแล้วนะคะ ปีนี้อากาศดีมากตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน มาจนถึงฤดูใบไม้ร่วง บ่นไม่ได้เลย
เอาเป็นว่าบล๊อกด้านสว่างของดวงจันทร์นี้จะอุทิศให้กับการเดินทางในการค้นพบแก่นแท้ของตัวเอง เล่าถึงประสบการ์ณความคิดเห็นที่อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยแก่ใครก็ตามที่พลัดหลงเข้ามาอ่านบล๊อกนี้นะคะ
คุณสนู๊ปปี้ของเราอายุสิบเอ็ดขวบแล้วนะคะ ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย แต่ก็เริ่มจะกะปลกกะเปลี้ยไปบ้างแล้ว ต้องดูแลกันอย่างดีหน่อย เวลาอากาศหนาว กลางคืนก็ต้องใส่เสื้อ แล้วบ้านก็ต้องอุ่น แล้วก็กินอาหารอะไรเรื่อยเปือยก็ไม่ได้แล้วค่ะ ระบบการย่อยไม่ค่อยดี กินได้แต่อาหารสุนัข ไอ้ประเภทแอบกินใต้โต๊ะ คาบอาหารคนไปกินไม่ได้แล้วนะ ไม่งั้นถ้าไม่ท้องเสียก็ท้องผูก ไม่สบายไปเลย และเดินก็กะย่องกะแย่ง ต้องกินยาบำรุงแก้โรคไขข้ออักเสบ แต่โดยรวมแล้วสุขภาพดีตามอัตภาพ ขนยังนุ่มมันมันเหมือนเดิมเลย
เอาเป็นว่าคืนนี้ต้องขอลาไปก่อน เพราะจะต้องไปเข้านอน พรุ่งนี้จะต้องไปทำงานแต่เช้านะคะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ สำหรับใครก็ตามที่อ่านมาถึงตรงนี้

Comments
Post a Comment